การสร้าง Tech Startup หรือนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเมื่อตั้งโจทย์ในการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลในโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพนั้นว่าไม่ง่ายแล้ว แต่การเป็นผู้บริหารหญิงที่ต้องขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับการรับบทบาทแม่นั้นท้าทายยิ่งกว่า วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเส้นทางของ “คุณข้าวตู – กมลวัทน์ สุขสุเมฆ” ผู้ก่อตั้งและ CEO แห่ง H LAB บริษัทผู้พัฒนาระบบข้อมูลโรงพยาบาลอัจฉริยะ (AI-Powered HIS) อย่างระบบ CORTEX จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเด็กวิศวะ จุฬาฯ ปี 4 สู่การเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อมีลูก ที่เข้ามา Transform หรือพลิกกระบวนการคิด และทำให้เส้นทางธุรกิจของเธอมีความหมายมากกว่าที่เคย
Transform Career: พลิกเส้นทางอาชีพ จากเด็กวิศวฯ สู่ Health Tech
จุดเริ่มต้นของ H LAB เกิดจากการค้นหาตัวเองของเด็กมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 เมื่อคุณข้าวตูได้ไปฝึกงานในโรงงานแล้วพบว่าสภาพแวดล้อมการทำงานนั้น ไม่สนุกและไม่ท้าทาย สำหรับเธอ เมื่อขึ้นปี 4 เธอจึงเริ่มมองหาเส้นทางอื่นเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง และด้วยโอกาสที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สีรง ปรีชานนท์ ตอบรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์จบ ทำให้คุณข้าวตูได้มีโอกาสลองก้าวเข้าสู่สาย Healthcare อย่างเต็มตัว โดยนำเอาความรู้ด้านระบบวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) เข้าไปช่วยแก้ปัญหาการปรับปรุงระบบการทำงานในโรงพยาบาล
จุดนี้เองที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญให้เธอได้มีโอกาสมาร่วมทำงานกับ รศ. นพ. เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ (อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล) ซึ่งเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการปรับปรุงระบบโรงพยาบาล หลังเรียนจบ ในตลาดยังไม่มีบริษัทที่ตอบโจทย์สายงาน Health System Engineering อาจารย์สีรงค์จึงตั้งศูนย์วิจัยขึ้นมารองรับ และต่อมาได้แนะนำให้จดทะเบียนบริษัท เพื่อความยืดหยุ่นในการรับและบริหารงาน จึงเกิดเป็น H LAB ขึ้นมา
Transform Healthcare: พลิกระบบโรงพยาบาล สร้างรากฐานที่ใช่ให้ AI
ในช่วงแรก H LAB รับงานหลักเป็นที่ปรึกษา (Consult) ให้กับโรงพยาบาล แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปด้วยฝันที่ใหญ่ขึ้นและอยากจะให้คำปรึกษาที่ให้ไปสามารถเกิดขึ้นได้จริง คุณข้าวตูจึงตัดสินใจคิดการณ์ใหญ่ ด้วยการสร้างระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลและคุณภาพการให้บริการ (HIS) ขึ้นมาเองแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อระบบ CORTEX เพื่อสร้างรากฐานข้อมูลที่ดี
แม้ระหว่างทางอาจารย์ที่เป็นเสาหลักจะเสียชีวิต ทำให้เธอต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ด้วยความจำเป็น แต่เธอก็สามารถนำพาทีมฝ่าฟัน ไประดมทุนจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ได้ถึง 50 ล้านบาทในปี 2022 และเตรียมผลักดันระบบจนสำเร็จพร้อมใช้งานจริงใน 3 โรงพยาบาลภายในปี 2026
ทว่าเป้าหมายของระบบ CORTEX ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นซอฟต์แวร์บันทึกข้อมูลโรงพยาบาล (System for Record) แต่คุณข้าวตูมองเห็นภาพที่ใหญ่กว่านั้น คือการอุดช่องโหว่ (Bridge the gap) ระหว่างข้อมูลโรงพยาบาลกับ “งานวิจัยทางการแพทย์” (Cohort Study)
ข้อมูลการรักษาที่ครบถ้วนตั้งแต่ห้องตรวจ สต๊อกยา ไปจนถึงห้องผ่าตัด ถือเป็นข้อมูลที่ล้ำค่ามาก ยกตัวอย่างเช่น การวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยาเบาหวานที่ปกติอาจต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลนาน 1-2 ปี แต่ระบบ HIS ที่มีรากฐานข้อมูลที่ดีของ H LAB สามารถดึงข้อมูลมาทำวิจัยได้ภายในเวลาเพียง “หลักชั่วโมง” การ Transform ข้อมูลโรงพยาบาลให้กลายเป็นขุมทรัพย์ทางการวิจัยนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับการรักษาผู้ป่วยในไทย แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสสำคัญให้นำศักยภาพของระบบนี้ไปต่อยอดในระดับสากลได้อีกด้วย
Transform Mindset: พลิกวิธีคิดผู้นำ เมื่อ “ลูก” คือจุดตื่นรู้
ท่ามกลางการปั้นธุรกิจที่กำลังดุเดือด ชีวิตของคุณข้าวตูก็เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ นั่นคือการมีลูก
ในอดีต วิธีการทำงานของคุณข้าวตูคือการทุ่มเทแบบเกินร้อย เอาตัวเองไว้เป็นลำดับสุดท้าย (Prioritize ตัวเองไว้อันดับสุดท้าย) หากเจอสภาพแวดล้อมที่ Toxic เธอจะเลือกที่จะอดทน และมีภาวะ Imposter Syndrome ที่มักจะโทษตัวเองว่าทำยังไงก็ยังดีไม่พอ แต่เมื่อก้าวสู่บทบาทแม่ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอดที่เธออธิบายว่าเป็นช่วงเวลาที่ไร้สติ และเหมือนถูกรีดประสิทธิภาพจนไม่เหลืออะไร
ประสบการณ์นี้กลับเป็นตัวเตือนสติชั้นดีว่า ลูกไม่ได้ต้องการแม่ที่พังทลาย เธอจึงเริ่มปรับเปลี่ยน Mindset การทำงานอย่างสิ้นเชิง เธอตระหนักว่า ตัวเองสำคัญที่สุด เราต้องให้เกียรติตัวเอง คุณข้าวตูเริ่มตั้งความคาดหวังในการทำงานให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ต้องวนกลับมาโทษตัวเอง และไม่ยอมปล่อยให้ความ Toxic เข้ามาทำร้ายสุขภาพจิต หากใครที่ทำงานด้วยแล้วบั่นทอน แม้จะเก่งแค่ไหนเธอก็กล้าที่จะตัดออก เพื่อปกป้องตัวเองและลูก ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เธอ รักตัวเองมากขึ้น
Transform Life: มาราธอน 100 กิโลเมตร ที่มีความหมาย
หลายคนอาจมองว่าการมีลูกจะทำให้ผู้หญิงต้องลดสเกลความฝันทางธุรกิจลง แต่สำหรับคุณข้าวตูแล้ว การมีลูกไม่ได้ทำให้เป้าหมายเล็กลง แต่ทำให้การเดินทางมีพลังงานมากขึ้น
เธอมองว่าธุรกิจที่พามารอดถึง 10 ปี ก็เหมือนลูกอีกคน ที่หวังให้ H LAB ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้โลกนี้ดีขึ้น
โดยคุณข้าวตูเปรียบเทียบเป้าหมายทางธุรกิจเหมือนการ “วิ่งมาราธอน 100 กิโลเมตร” ในอดีตเธออาจจะวิ่งไปเรื่อยๆ โดยมีคำถามในหัวตลอดเวลาว่า “เรามาวิ่งทำไม ทำไมต้องเหนื่อยขนาดนี้”
แต่การมีลูกเข้ามาทำให้ทุกๆ วันของเธอมีแรงขับเคลื่อน ลูกเปรียบเสมือน “จุดเติมน้ำข้างทาง” ที่คอยเติมความสดชื่นให้มีแรงไปต่อ ความสุขของลูกในแต่ละวัน เช่น การได้กินอิ่ม นอนหลับ ฟังนิทาน กลายเป็น “Daily Milestone” ที่ทำให้เธอภูมิใจ ลูกทำให้เธอเห็นคุณค่าของการบาลานซ์ชีวิต ทำให้การเดินทางไปสู่เป้าหมายของบริษัทนั้นมีความหมายมากกว่าเดิม
จากบทเรียนทั้งหมด คุณข้าวตูได้ฝากคำแนะนำที่ทรงพลังถึงคุณแม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจว่า เส้นทางนี้ยากลำบากทั้งคู่ สิ่งสำคัญคือต้องเอาตัวเองเป็น Priority และ “อย่ากดขี่หรือโบยตีตัวเอง” เพราะเมื่อเรารักตัวเองเป็น ผลลัพธ์ที่ดีก็จะสะท้อนกลับไปสู่ทุกๆ เรื่องนั่นเอง
สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันระบบข้อมูลโรงพยาบาลอัจฉริยะ (AI-Powered HIS) ที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรทางการแพทย์ สามารถติดตาม H LAB ได้ที่:
Website: https://www.hlabconsulting.com/
หากคุณแม่ท่านไหนมีเรื่องราวการทำธุรกิจ การปรับตัว หรือแรงบันดาลใจดีๆ ในฐานะ Mother Founder ที่อยากแบ่งปันเพื่อส่งต่อพลังบวกให้กับคนอื่น สามารถส่งเรื่องราวของคุณมาร่วมแชร์กับเราได้ที่: Submit Mama Story: https://betweennaptimes.com/contact/



