การสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จว่ายากแล้ว แต่การรักษาและปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกับจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแปลงนั้นท้าทายยิ่งกว่า โดยเฉพาะเมื่อบทบาท “นักธุรกิจ” ต้องผสานเข้ากับบทบาท “แม่”
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเส้นทางของ “คุณแอม – อลิศรา ชวาลเวชกุล” ผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องเขียนในดวงใจวัยรุ่นอย่าง Sweet Summer และผู้อยู่เบื้องหลังนิทานภาพขวัญใจเด็กๆ อย่าง Jessie Frog ว่าจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และการมีลูกส่งผลต่อมุมมองทางธุรกิจของคุณแอมมากแค่ไหน
จุดเริ่มต้นของ Sweet Summer: แก้ปัญหาด้วยดีไซน์ จากความชอบสู่ธุรกิจจริง
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นสมัยมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 4 คุณแอมเริ่มจากปัญหาใกล้ตัวในสมัยเรียนที่มองหา Schedule Planner ที่ถูกใจไม่ได้ เพราะของในตลาดส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าที่ไม่ตอบโจทย์คนไทย ทั้งวันหยุดที่ไม่ตรงกับปฏิทินบ้านเรา และดีไซน์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินไป
จากความชอบส่วนตัวและนิสัยนักลงมือทำ คุณแอมจึงตัดสินใจ “ทำสมุดที่อยากใช้เอง” โดยเริ่มร่างแบบและผลิตออกมา โดยมีพาร์ทเนอร์คนสำคัญ คือ “คุณบอย-รัฐกร พรมพิมพ์ปา” มาช่วยเติมเต็มฝั่งงานออกแบบ ซึ่งสมุดที่ทดลองผลิตในครั้งแรกนี้ก็ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ถือเป็นการทดลองตลาดครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จ
แม้หลังเรียนจบคุณแอมจะไปช่วยธุรกิจชาสมุนไพรของที่บ้านอยู่เกือบ 2 ปี แต่ลึกๆแล้วเธอพบว่าใจยังรักงานออกแบบสมุดและเครื่องเขียนมากกว่า และประเมินว่าอยู่ในขอบเขตความเสี่ยงที่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ท้ายที่สุด ในปี 2013 คุณแอมจึงตัดสินใจออกมาทำแบรนด์ Sweet Summer เต็มตัว โดยตัดสินใจที่จะจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อที่จะไปออกบูธงานแฟร์ระดับประเทศอย่าง BIG+BIH (หรือ STYLE Bangkok ในปัจจุบัน) ทั้งที่ยังไม่มีออเดอร์ แต่ด้วยความกล้าที่จะเริ่มทำให้แบรนด์แจ้งเกิดและกลายเป็นสตูดิโอคาแรคเตอร์ที่แข็งแรงมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนเมื่อเป็น “แม่”: ปรับสมดุลใหม่ในวันที่เวลาคือของมีค่า
หลังจากธุรกิจ Sweet Summer ดำเนินมากว่า 5 ปี จนเริ่มอยู่ตัวชีวิตของคุณแอมและคุณบอยก็ก้าวเข้าสู่บทใหม่ด้วยการแต่งงานและมีลูกชายคนแรกคือ “น้องแสงแรก” ในช่วงปี 2018 ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงโควิดพอดี
การเป็นแม่ทำให้ทัศนคติการทำงานของคุณแอมเปลี่ยนไป จากวัยรุ่นสร้างตัวที่เคยทุ่มเทแรงกายแรงใจให้งานแบบ 100% เมื่อเข้าสู่วัยเลข 3 และมีลูก “เวลา” กลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เธอเริ่มปรับตารางงานใหม่ โดยในช่วงแรกของการคลอดลูก เธอขอเข้าออฟฟิศเพียง 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อทุ่มเทเวลาที่เหลือให้กับการเลี้ยงน้องแสงแรกด้วยตัวเอง โดยมีครอบครัวช่วยซัพพอร์ต
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เธอยังได้มีโอกาสดูแลคุณพ่อในช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้เธอเห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่กับคนสำคัญมากกว่าสิ่งใด การปรับตัวครั้งนี้ทำให้เธอตระหนักว่า งานก็สำคัญ แต่มันเป็นเพียงมิติหนึ่งของชีวิตเท่านั้น สุขภาพและครอบครัวต่างหากคือรากฐานที่มั่นคงที่สุด การบริหารเวลาจึงไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่คือการบริหารความสุขของคนในบ้าน รวมไปถึงความสุขของตนเองด้วย
กำเนิดอาณาจักร Jessie Frog: เมื่อลูกคือ CEO ตัวน้อย ผู้สร้างทิศทางใหม่ของธุรกิจ
ใครจะคิดว่าการเลี้ยงลูกจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดธุรกิจใหม่ จากกิจวัตรประจำวันที่ต้องเล่านิทานให้ลูกฟังทุกคืนตลอด 2 ปี ประกอบกับความชอบของ “น้องแสงแรก” ที่รักสีเขียวและชอบสัตว์อย่างกบและจระเข้ ทำให้คาแรคเตอร์ Jessie Frog ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งไม่ได้มาจากการระดมสมองในห้องประชุม แต่เกิดจากความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกชาย
ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่และประสบการณ์ทางธุรกิจของคุณแอมและทักษะนักออกแบบของคุณบอย ทำให้ Jessie Frog ตอบโจทย์ความต้องการของแม่และลูกอย่างลึกซึ้ง ด้วยการผลิตสินค้าด้วย Board Book กระดาษแข็งทนทาน เพื่อแก้ปัญหาหนังสือเด็กที่มักฉีกขาดง่าย และลบมุมมนเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการใช้หมึกพิมพ์ Mineral Oil Free (MOF) ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก
การทำธุรกิจที่มีลูกเป็นศูนย์กลาง น้องแสงแรกไม่เพียงเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังกลายเป็น QC ตัวน้อยที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาดจริง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือ “กำไรทางใจ” เมื่อเห็นลูกมีความสุข และเห็นว่าสินค้าของเราได้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ในวงกว้าง ปัจจุบัน Jessie Frog เติบโตจนมีการขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ ได้ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย และกลายเป็นขวัญใจของวัยรุ่นฟันน้ำนมอย่างแท้จริง
ข้อคิดจากคุณแม่นักสร้างสรรค์ “เริ่มเลย อย่ารอให้พร้อม”
จากเด็กจบใหม่ที่ลองผิดลองถูก จนถึงวันที่เป็นคุณแม่เจ้าของธุรกิจที่ส่งออกผลงานออกแบบไปไกลถึงต่างประเทศ ข้อคิดสำคัญที่คุณแอมอยากฝากถึงทุกคนที่มีฝัน หรืออยากจะเริ่มต้นธุรกิจ คือ “ให้ลองทำเลย”
หลายคนมักกลัวความผิดพลาด หรือคิดว่าต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อน แต่ความจริงคือ “อย่ารอให้ต้องเสียใจที่วันนั้นไม่ได้ลองทำ” ไอเดียดีๆ มีคนคิดได้มากมาย แต่ผู้ชนะคือ “คนที่ลงมือทำก่อน” ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ ได้ประเมินตัวเอง และในวันที่เรามองย้อนกลับมา เราจะขอบคุณตัวเองที่กล้าก้าวออกมาในวันนั้น
สำหรับใครที่ชื่นชอบงานดีไซน์น่ารักๆ หรือกำลังมองหาสื่อการเรียนรู้คุณภาพดีที่กลั่นกรองจากหัวใจพ่อแม่นักออกแบบ สามารถเข้าไปสนับสนุนคุณแอมได้ที่: Sweet Summer (เครื่องเขียนและไลฟ์สไตล์): sweet-summer.comและ Jessie Frog (นิทานและสินค้าแม่และเด็ก): jessiefrog.com
และหากคุณแม่ท่านไหนมีเรื่องราวการทำธุรกิจ การปรับตัว หรือแรงบันดาลใจดีๆ ในฐานะ Mother Founder ที่อยากแบ่งปันเพื่อส่งต่อพลังบวกให้กับคนอื่น สามารถส่งเรื่องราวของคุณมาร่วมแชร์กับเราได้ที่: Submit Mama Story: https://betweennaptimes.com/contact/



