แม่ๆ เคยสังเกตไหมคะว่า พอเรามีลูกปุ๊บ ความคิดเรื่องงานของเราเปลี่ยนไปปั๊บ? จากที่เคยทุ่มเทให้กับงานประจำแบบถวายหัว จู่ๆ ก็เริ่มมองหาลู่ทางทำธุรกิจของตัวเองซะงั้น แม่ไม่ได้เป็นคนเดียวหรอกค่ะ เพราะนี่คือเทรนด์ระดับโลก!
วันนี้แม่จะพาไปส่องข้อมูลลึกๆ ที่น่าทึ่งว่า ทำไม “ความเป็นแม่” ถึงเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนให้ผู้หญิงทั่วโลกก้าวเข้าสู่โลกของ Mompreneur และสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับเศรษฐกิจโลกค่ะ
แรงผลัก vs แรงดึง (The Push & Pull Factors)
สองพลังที่เปลี่ยนแม่ให้เป็นผู้ประกอบการ งานวิจัยจาก Touro University Worldwide เผยสถิติที่น่าสนใจ ว่า
- 57% ของคุณแม่ระบุว่า เหตุผลอันดับ 1 ที่ลาออกมาทำธุรกิจคือ “อยากเป็นนายตัวเอง” (To be their own boss) เพื่อกำหนดชะตาชีวิตเอง
- 52% ต้องการสร้างรายได้ที่มากขึ้นเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัว
- 46% ระบุชัดเจนว่าต้องการ “ความยืดหยุ่น” (Flexibility) เพื่อบริหารเวลาให้ลูกได้ ตัวเลขเหล่านี้ได้เจาะลึกถึงแรงจูงใจของแม่ๆ ในการเริ่มธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ที่แม่หลายคนน่าจะอินมากๆ ค่ะ
ตัวเลขเหล่านี้ได้เจาะลึกถึงแรงจูงใจของแม่ๆ ในการเริ่มธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ที่แม่หลายคนน่าจะอินมากๆ ค่ะ
- แรงผลัก (Push Factors) : คือสถานการณ์ที่ “บีบ” ให้เราต้องหาทางออก เช่น งานประจำที่ไม่ยืดหยุ่น (ขอลาไปงานโรงเรียนลูกก็ยาก), ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกที่สูงลิ่ว, หรือความรู้สึกว่าวัฒนธรรมองค์กรไม่ตอบโจทย์คนมีครอบครัว ทำให้แม่ต้อง “ถูกผลัก” ออกมาสร้างอาณาจักรของตัวเอง,
- แรงดึง (Pull Factors): คือใจเราเรียกร้องค่ะ เช่น ความต้องการมีอิสระในการจัดการเวลา (Autonomy), อยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง (Self-fulfillment), และความต้องการสร้างรายได้ที่ไม่มีเพดานจำกัด ซึ่งงานวิจัยระบุว่าสำหรับแม่ๆ แล้ว แรงดึงเรื่อง ”ความยืดหยุ่น” เพื่อจะได้อยู่กับลูก คือปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด
Mompreneurship: ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ความจำเป็นที่ต้องรอด” (Functional Necessity)
มีคำศัพท์น่าสนใจจากงานวิจัยที่เรียกว่า “Functional Necessity” ค่ะ แปลง่ายๆ ว่า แม่หลายคนไม่ได้เริ่มธุรกิจเพราะฝันอยากเป็นเศรษฐีนีพันล้านตั้งแต่เด็ก แต่เริ่มเพราะ ”มันจำเป็นต้องทำ” เพื่อให้ชีวิตครอบครัวเดินต่อไปได้ การเป็นเจ้าของธุรกิจช่วยให้แม่สามารถจัดการตารางชีวิตที่วุ่นวายระหว่าง “งานบ้าน” และ ”งานหาเงิน” ให้ลงตัวได้ ซึ่งงานประจำส่วนใหญ่ให้ไม่ได้ค่ะ
พลังแม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก (The Economic Impact)
อย่าดูถูกธุรกิจเล็กๆ ของแม่นะจ๊ะ! รู้ไหมว่าธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของ (ซึ่งจำนวนมากคือแม่ๆ) มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหาศาล โดยงานวิจัย ระบุว่าสถิติระบุว่า
- ธุรกิจที่แม่เป็นเจ้าของ (Mom-owned businesses) คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของธุรกิจขนาดเล็กทั้งหมดในสหรัฐฯ
- พลังของแม่ๆ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจโลกสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 Trillion USD) หรือประมาณ 100 ล้านล้านบาท!
- ในปี 2020 ปีเดียว มีการยื่นจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในสหรัฐฯ ถึง 4.3 ล้านราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตหยุดแม่ไม่ได้ แต่กลับทำให้แม่สู้ยิบตายิ่งกว่าเดิม
นอกจากนี้ การที่แม่ลุกมาทำธุรกิจยังช่วยลดช่องว่างทางเพศในโลกธุรกิจ และสร้างมาตรฐานใหม่ของการทำงานที่ใส่ใจครอบครัวมากขึ้นด้วยค่ะ
การที่แม่ลุกมาทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดที่สุดเพื่อความอยู่รอดและความสุขของครอบครัว ภูมิใจในสิ่งที่เราสร้างเถอะค่ะ เพราะเรากำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงลูก! ถ้าแม่ๆ คนไหนกำลังลังเลว่าจะเริ่มดีไหม… ลุยเลยค่ะ โลกต้องการพลังของแม่!


