เคยไหมคะ? ที่อยากทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่ใช่แค่เพราะอยากรวยเร็วๆ แต่เพราะอยากสร้างโลกที่ดีกว่านี้ให้ลูกอยู่? หรืออยากทำอะไรสักอย่างให้ลูกภูมิใจ? นี่แหละค่ะคือหัวใจของ Mompreneur ส่วนใหญ่ งานวิจัยบอกว่าแม่ๆ มักขับเคลื่อนธุรกิจด้วย “คุณค่า” (Value) และความต้องการเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) วันนี้มาคุยเรื่องการทำธุรกิจที่มีหัวใจกันค่ะ
แม่คือ Role Model ที่ดีที่สุดของลูก
งานวิจัยระบุว่า แรงจูงใจสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้แม่ๆ กัดฟันสู้กับความเหนื่อยยากในการทำธุรกิจ คือความต้องการเป็น “แบบอย่าง” (Role Model) ให้ลูกเห็น, แม่ๆ อยากให้ลูก (โดยเฉพาะลูกสาว) เห็นว่า ผู้หญิงสามารถเป็นได้ทั้งแม่ที่อบอุ่นและผู้นำที่เก่งกาจ
- “ฉันอยากให้ลูกเห็นว่า ถ้าเราทำงานหนัก เราก็สามารถทำตามฝันได้” คือคำพูดติดปากของแม่ๆ นักธุรกิจหลายคน
- การที่ลูกเห็นแม่ทำงาน คือการสอนวิชาชีวิตเรื่องความพยายาม ความรับผิดชอบ และความภูมิใจในตัวเองได้ดีกว่าคำสอนในตำราไหนๆ ค่ะ
Identity Synthesis: เมื่อ แม่ และ บอส คือคนเดียวกัน
แทนที่จะพยายามแยกเรื่องงานและเรื่องลูกออกจากกันอย่างเด็ดขาด (ซึ่งทำได้ยากมากและเครียดด้วย) แม่ๆ ยุคใหม่ใช้วิธี “ผสานตัวตน” (Identity Synthesis) คือยอมรับว่าเราเป็นทั้งสองอย่าง และนำจุดแข็งของความเป็นแม่มาใช้ในธุรกิจ เช่น การทำสินค้าออร์แกนิกเพราะลูกแพ้ง่าย หรือการเปิดโรงเรียนทางเลือก สิ่งเหล่านี้คือธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรักและประสบการณ์จริง ซึ่งลูกค้าสัมผัสได้ถึงความจริงใจนี้ค่ะ
ส่งต่อเจตนารมณ์ (Legacy): ธุรกิจเพื่อสังคมและอนาคต
ธุรกิจของแม่มักจะมีความ “รักษ์โลก” หรือ “ห่วงใยสังคม” ผสมอยู่ด้วย เพราะเรามองไกลไปถึงโลกที่ลูกเราจะต้องอยู่ต่อไปในอนาคต งานวิจัยพบว่าแม่ๆ มีแนวโน้มที่จะสร้างธุรกิจที่เกื้อกูลชุมชนและสังคม (Social Entrepreneurship) มากกว่าแค่เน้นกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว เพราะสำหรับแม่ “ความสำเร็จ” วัดกันที่ความสุขและความยั่งยืนของครอบครัวและสังคมค่ะ
ธุรกิจของแม่ อาจเริ่มต้นเล็กๆ ในห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น แต่มันสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้ลูก และส่งต่อคุณค่าดีๆ ให้สังคมได้มหาศาลเลยค่ะ มาภูมิใจในสิ่งที่เราทำ และสร้างธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับลูกๆ ของเรากันเถอะค่ะ!


